12 ตุลาคม 2552 (Business Wire) – เทรนด์สีปีหน้าคาดได้อิทธิพลมาจากสภาพเศรษฐกิจและสังคมมาเต็มๆ รวมถึงการจัดรูปแบบพื้นที่ใช้สอยตามใจลูกค้าแต่ละราย (Living Space Personalization) จะยังคงมีบทบาทหลักในการกระตุ้นให้รูปแบบการใช้สีเปลี่ยนไป
สำหรับพื้นที่แคบนั้น สีกำแพงจะเน้นให้มีสีโทนเข้ม ส่วนพื้นที่กว้างจะใช้สีในระดับความเข้มที่เบาบางกว่า ซึ่งทางคุณ Debbie Zimmer ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสีจาก Paint Quality Institute ได้ให้ความเห็นว่า “เจ้าของบ้านส่วนใหญ่เริ่มที่จะหันมาลงมือตกแต่งบ้านหรือรีโนเวทเองอย่างง่ายๆ มากขึ้น เพื่อประหยัดงบประมาณและยังคงสามารถพัฒนาปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยในบ้านได้อีกเรื่อยๆ”
หลักๆ แล้วผู้บริโภคส่วนใหญ่มักเลือกที่จะลงมือพัฒนาตกแต่งบ้านเล็กๆ น้อยๆ ด้วยตัวเอง มากกว่าที่จะยกเครื่องทำเองทั้งหมด เช่น ห้องครัว, ห้องนอน หรือในส่วนของโฮม ออฟฟิศ เป็นต้น ขณะเดียวกันพื้นที่เหล่านี้ ผู้บริโภคส่วนใหญ่มักต้องการให้ออกมาอบอุ่นและใช้สอยได้อย่างคุ่มค่า (Warm & Functional) โทนสีที่ใช้จะเป็นแนวที่ให้ความสดชื่น ดูสะอาดสะอ้าน ปลอดโปร่งโล่งสบาย เช่น สีน้ำผึ้ง, สีแสด, สีเหลือง หรือไม่ก็สีเขียว
ส่วนโทนสีสำคัญที่น่าใช้สำหรับห้องรับแขกน่าจะเป็นสีที่ให้ความอบอุ่นสบายตา อย่างสีกากีจับคู่กับสีขาว, สีฟ้ากลางๆ, สีขาวนวลหรือไม่ก็สีดำ
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เน้นมาจัดการปรับปรุงพื้นที่ด้วยตนเอง แล้วก็มีความต้องการที่จะ Personalize สีเองมากขึ้น ทำให้เทรนด์ของสีในปีหน้ายังคงเน้นไปที่ความเข้มและความอ่อนของโทนสีเป็นหลัก
ที่มา : นิตยสาร BrangAge